ยินดีต้อนรับสู่กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ห้อง รปศ. 502

วันพุธที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2552

สิทธิการตายกับสังคมไทย

........ปัจจุบัน เรามีเทคโนโลยีทางการแพทย์ช่วยยืดและต่ออายุการทำงานของระบบต่าง ๆ ในร่างกายที่ล้มเหลว ทำให้ผู้ป่วยในวาระสุดท้ายบางรายมีชีวิตอยู่ด้วยความช่วยเหลือของเครื่องมือทางการแพทย์ที่ช่วยยืดอายุการทำงานของร่างกายออกไป ไม่ว่าจะเป็นเครื่องช่วยหายใจ เครื่องปั๊มหัวใจ สายระโยงระยางที่ห้อยแขวนทั่วร่างเพื่อช่วยหล่อเลี้ยงร่างกายที่ใกล้หมดสภาพ ทั้งหมดทั้งปวงเป็นไปเพื่อยืดวันเวลาในการตายออกไป มันเป็นสิ่งสุดท้ายที่จะยื้อชีวิตของเราไว้ได้อีกระยะหนึ่งแต่คำสอนของพุทธศาสนาที่ว่า “เกิด แก่ เจ็บ ตาย” ที่มีมานับเป็นพันๆ ปียังคงเป็นสัจธรรมที่เราทุกคนหลีกหนีไม่พ้น จุดสุดท้ายปลายทางคือความตายที่คนส่วนใหญ่ไม่อยากพานพบ แต่ในอีกบางมุมของสังคม มีคนบางกลุ่มอยากที่ไปสู่จุดนั้นเร็วๆ บ้างก็ทำถึงขั้นฆ่าตัวตาย บ้างก็อยากตายแต่ไม่กล้าฆ่าตัวตายแต่ร้องขอให้แพทย์ พยาบาล ญาติพี่น้อง ที่คอยดูแลเป็นผู้กระทำ ในบ้านเราคงเคยได้ยินคำว่า “การุณยฆาต” กันบ้าง
........“การุณยฆาต” หมายถึง การกระทำ หรืองดเว้นการกระทำ อย่างหนึ่งอย่างใด เพื่อให้บุคคลที่ตกอยู่ในสภาวะน่าเวทนา เดือดร้อนแสนสาหัส เนื่องจากสภาวะทางร่างกาย หรือจิตใจไม่ปรกติ ขาดการรับรู้เรื่องใด ๆ ทั้งสิ้น ทำการรักษาให้หายไม่ได้ ดำรงชีวิตอยู่ต่อไป ก็มีแต่จะสิ้นสภาพการเป็นมนุษย์ จบชีวิตลงเพื่อให้พ้นจากความทุกข์ทรมาน รักษาศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และจำกัดความสูญเปล่าทางเศรษฐกิจ
........และดิฉันคิดว่าแทนที่จะเข้าวัดทำบุญ กลับต้องวนเวียนเข้าโรงพยาบาลเพื่อให้ได้รับการรักษาที่แพทย์เองก็รู้ดีว่าได้แต่เพียงยืดระยะเวลาการทนทุกข์ออกไปอีก หลายครั้งที่เข้าโรงพยาบาลไปแล้วแต่ไม่สามารถกลับมาอยู่บ้านเพราะจำเป็นต้องใช้เครื่องมือยื้อยุดฉุดชีวิตที่มีแต่เฉพาะในโรงพยาบาลเท่านั้น ภาพแบบนี้มีให้เห็นกันในทุกๆ โรงพยาบาลโดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุค 30 บาทที่หลายคนไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย

โดย นางสาวเสาวภาคย์ แซ่หลี รปศ. 502 เลขที่ 39 (เองค่ะ)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น