............เป็นการแสดงเจตนาว่าเมื่อเราตายทรัพย์สินของเราทั้งหมดจะมอบให้ใคร(ทรัพย์สินนะค่ะไม่ใช่หนี้สิน อิอิ)และการทำพินัยกรรมนั้นกฎหมายมิได้กำหนดไว้ว่าทรัพย์สินทั้งหมดจะยกให้ได้เฉพาะทายาทเท่านั้นแต่ที่จริงแล้วผู้ใดก็ได้แล้วแต่เราอย่างเช่นให้กับหมอที่รักษาดูแลเราอยู่ก็ได้หรือแม่บ้านคนสวนแล้วแต่เรา
ตัวอย่างค่ะ
นาย1มีทรัพย์สินทั้งหมด10ล้านบาท และมีบ้าน1หลัง รถยนตร์2คัน และนาย1ยังมีลูก2คนคือ นางนกกับนางน้อย เมื่อนาย1ตายนาย1ได้ทำพินัยกรรมโดยยกบ้านให้นางนกและแบ่งเงินคนละครึ่งให้กับนางน้อยคนละ5ล้าน ส่วนนางน้อยได้รถยนตร์2คนและเงินจำนวน5ล้านทรัพย์สินทั้งหมดถูแบ่งตามที่นาย1ได้เขียนไว้ในพินัยกรรมเมือนาย1ตายทรัพย์สินทั้งหมดก็ได้ถูจัดแบ่งเป็นที่เรียบร้อย
...........การทำพินัยกรรมเป็นสิ่งที่ดีเพราะเมื่อเราตายไปทรัพย์สินของเราก็เอาไปไม่ได้เราก็ต้องเก็บไว้ให้คนข้างหลังไว้ใช้การทำพินัยกรรมเป็นสิ่งที่ดีลูกหลานเราจะได้ไม่ลำบางนักและไม่ต้องมาฆ่ากันเพื่อแย่งสมบัติที่ไม่ได้มีการแบ่งที่ชัดเจนและตามกฎหมายกำหนด
...........เมื่อผู้ทำพินัยกรรมถึงแก่ความตายแล้ว มรดกก็ย่อมตกแก่ทายาท ทายาทมีสองประเภท ทายาทที่มีสิทธิตามกฎหมายเรียก” ว่าทายาทโดยธรรม” และทายาทที่มีสิทธิตามพินัยกรรมก็เรียกว่า “ ผู้รับพินัยกรรม ” ก็จะได้ไปซี่งทรัพย์สินทุกชนิดของผู้ตายตลอดทั้งสิทธิหน้าที่และความรับผิดต่างๆเว้นแต่ตามกฎหมายถือว่าโดยสภาพแล้ว เป็นการเฉพาะตัวผู้ตายโดยแท้ ก็หมายความว่า หากเจ้ามรดกถึงแก่ความตายแล้ว เจ้ามรดกก็จะมีทรัพย์สิน หรือ หนี้สิน หรือสิทธิหน้าที่ต่างๆอยู่อย่างไร เมื่อเจ้ามรดกได้ยกทรัพย์มรดกให้แก่ ผู้รับพินัยกรรม ก็ย่อมต้องรับไปทั้งทรัพย์สิน หรือหนี้สิน ต่างๆ ของเขาด้วย แต่ทั้งนี้ ผู้รับพินัยกรรมที่ถูกระบุว่าให้เป็นผู้รับทรัพย์มรดก ไม่จำต้องรับผิดเกินกว่าทรัพย์มรดกที่ตกทอดแก่ตน จะเห็นได้ว่า ไม่ใช่จะรับอย่างเดียว ดูให้ดีนะค่ะว่าเขามีหนี้สินติดค้างอยู่ไหม หากมีก็ต้องรับไปจัดการชำระหนี้ให้กับเจ้าหนี้ด้วยคะ
เสาวภาคย์ แซ่หลี รปศ 502 เลขที่ 39
ตัวอย่างค่ะ
นาย1มีทรัพย์สินทั้งหมด10ล้านบาท และมีบ้าน1หลัง รถยนตร์2คัน และนาย1ยังมีลูก2คนคือ นางนกกับนางน้อย เมื่อนาย1ตายนาย1ได้ทำพินัยกรรมโดยยกบ้านให้นางนกและแบ่งเงินคนละครึ่งให้กับนางน้อยคนละ5ล้าน ส่วนนางน้อยได้รถยนตร์2คนและเงินจำนวน5ล้านทรัพย์สินทั้งหมดถูแบ่งตามที่นาย1ได้เขียนไว้ในพินัยกรรมเมือนาย1ตายทรัพย์สินทั้งหมดก็ได้ถูจัดแบ่งเป็นที่เรียบร้อย
...........การทำพินัยกรรมเป็นสิ่งที่ดีเพราะเมื่อเราตายไปทรัพย์สินของเราก็เอาไปไม่ได้เราก็ต้องเก็บไว้ให้คนข้างหลังไว้ใช้การทำพินัยกรรมเป็นสิ่งที่ดีลูกหลานเราจะได้ไม่ลำบางนักและไม่ต้องมาฆ่ากันเพื่อแย่งสมบัติที่ไม่ได้มีการแบ่งที่ชัดเจนและตามกฎหมายกำหนด
...........เมื่อผู้ทำพินัยกรรมถึงแก่ความตายแล้ว มรดกก็ย่อมตกแก่ทายาท ทายาทมีสองประเภท ทายาทที่มีสิทธิตามกฎหมายเรียก” ว่าทายาทโดยธรรม” และทายาทที่มีสิทธิตามพินัยกรรมก็เรียกว่า “ ผู้รับพินัยกรรม ” ก็จะได้ไปซี่งทรัพย์สินทุกชนิดของผู้ตายตลอดทั้งสิทธิหน้าที่และความรับผิดต่างๆเว้นแต่ตามกฎหมายถือว่าโดยสภาพแล้ว เป็นการเฉพาะตัวผู้ตายโดยแท้ ก็หมายความว่า หากเจ้ามรดกถึงแก่ความตายแล้ว เจ้ามรดกก็จะมีทรัพย์สิน หรือ หนี้สิน หรือสิทธิหน้าที่ต่างๆอยู่อย่างไร เมื่อเจ้ามรดกได้ยกทรัพย์มรดกให้แก่ ผู้รับพินัยกรรม ก็ย่อมต้องรับไปทั้งทรัพย์สิน หรือหนี้สิน ต่างๆ ของเขาด้วย แต่ทั้งนี้ ผู้รับพินัยกรรมที่ถูกระบุว่าให้เป็นผู้รับทรัพย์มรดก ไม่จำต้องรับผิดเกินกว่าทรัพย์มรดกที่ตกทอดแก่ตน จะเห็นได้ว่า ไม่ใช่จะรับอย่างเดียว ดูให้ดีนะค่ะว่าเขามีหนี้สินติดค้างอยู่ไหม หากมีก็ต้องรับไปจัดการชำระหนี้ให้กับเจ้าหนี้ด้วยคะ
เสาวภาคย์ แซ่หลี รปศ 502 เลขที่ 39
ดีค่ะ อ่านแล้วเข้าใจมากยิ่งขึ้น
ตอบลบ